Phishing สามารถทำได้โดยการขโมยหรือนำเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ตลอดจนรูปลักษณ์ของธนาคารหรือสถาบันการเงินที่มีชื่อเสียง และบัตรเครดิตประเภทต่างๆของผู้ประกอบการ การให้สินเชื่อทางอินเทอร์เน็ต มาประกอบเข้ากับการหลอกลวงเหยื่อหรือผู้ใช้อินเทอร์เน็ตให้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ซึ่งจากการประเมินข้อมูลเบื้องต้นของหน่วยงาน ThaiCERT ประเมินว่าการโจมตีในรูปแบบของ phishing สามารถหลอกให้เหยื่อร้อยละ 5 ของทั้งหมด เปิดเผยข้อมูลที่ต้องการได้สำเร็จ นอกจากนี้ ผู้โจมตี (Hacker หรือ Spammer) ยังใช้วิธีการหลอกลวงแบบ Social Engineering ประกอบเพิ่มเติมกับวิธีการนี้ด้วย เพื่อให้มีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น เช่น การหลอกลวงชื่ออีเมล์ เป็นต้นว่า เป็นเรื่องด่วนจากธนาคาร การหลอกลวงว่าบัญชีที่ใช้งานจะหมดอายุ และการเสนอสินค้าที่มีดอกเบี้ยต่ำต่างๆ เป็นต้น
เมื่อท่านผู้อ่านได้รับอีเมล์ในลักษณะดังกล่าว แต่ไม่แน่ใจว่าใช่เมล์จริงจากบริษัทหรือสถาบันการเงินที่เคยติดต่อหรือไม่ จะต้องตรวจสอบลิงค์นั้นให้ดีก่อนว่าเป็นเว็บไซต์จริงหรือไม่ หรือต้องโทรศัพท์สอบถามไปยังบริษัทหรือสถาบันการเงินโดยตรง
ที่มา: กลโกงออนไลน์

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น